ค้นหาบล็อกนี้

วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2552

โรยตัวที่น้ำตกธารรัตนา


อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นอุทยานแห่งแรกของประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสระบุรี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดนครนายก มีเนื้อที่ประมาณ 1.36 ล้านไร่ แต่เดิมเป็นพื้นที่ที่ถูกบุกรุกถางป่าเพื่อการเพาะปลูก ทำไร่เลื่อนลอย และเป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้ร้าย ทางการอพยพผู้คนมาอยู่ในพื้นที่ราบ และปล่อยให้พื้นที่เขารกร้างเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ จนในปี พ.ศ. 2502 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น ได้เดินทางมาตรวจพื้นที่ และให้มีการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติเพื่อดูแลรักษาป่าไม้ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 18 กันยายน 2505 ในปี พ.ศ. 2521 ได้มีการประกาศเพิกถอกพื้นที่บางส่วน เพื่อใช้ก่อสร้างสถานีเรดาร์และสถานีถ่ายทอดโทรคมนาคม และในปี พ.ศ. 2542 ก็ได้มีการประกาศเพิกถอกพื้นที่อีกส่วนหนึ่ง เพื่อใช้ในการสร้างเขื่อนคลองท่าด่าน พื้นที่เป็นเทือกเขาสูงมีทุ่งสลับป่าไม้ มีความอุดมสมบูรณ์อย่างมาก เป็นแหล่งต้นน้ำสายสำคัญหลายสาย เช่น แม่น้ำปราจีนบุรี แม่น้ำนครนายก แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำลำตะคอง แม่น้ำพระเพลิง ป่าไม้จะมีความหลากหลายรูปแบบ มีทั้งป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบแล้ง ป่าดงดิบชื้น ป่าดิบเขา ทุ่งหญ้า ป่ารุ่นหรือป่าเหล่าที่เกิดจากการทำไร่เลื่อนลอย สัตว์ป่าที่สามารถพบได้บ่อยครั้ง ได้แก่ เก้ง กวาง และยังพบ ช้าง เสือ กระทิ่ง เลียงผา หมี ชะนี เม่น หมาใน ชะมด กระต่ายป่า นก แมลงต่างๆ อากาศในพื้นที่จะเย็นสบายตลอดปี ไม่ร้อนจัด หรือหนาวจัด อุณหภูมิเฉลี่ยที่ 23 องศาเซลเซียส
ในพื้นที่ของอุทยานฯ มีแหล่งท่องเที่ยวประเภทต่างๆ หลากหลายกันออกไป ซึ่งเอื้ออำนวยต่อกิจกรรมนันทนาการแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการส่องสัตว์ ดูนก เล่นน้ำตก ชมทิวทัศน์ ล่องแก่ง ปีนหน้าผา เดินป่าระยะสั้นและระยะไกล
น้ำตกธารรัตนา เป็นน้ำตกเล็กๆ ที่เกิดจากคลองวังบอน มีต้นน้ำจากเขาสมอปูน ไหลลงสู่หุบเขา อยู่ในตำบลเนินหอม ห่างจากที่ว่าการเมืองปราจีนบุรีเพียง 25 กิโลเมตร ทางเข้าน้ำตกจะอยู่บนเส้นทางเขาใหญ่-ปราจีนบุรี ซึ่งจะมีป้ายบอกเส้นทาง ที่ใต้น้ำตกจะมีหุบเขากว้างใหญ่ มีน้ำตกชั้น และทุ่งดอกไม้ที่จะผลิดอกในช่วงฤดูดอกไม้ ซึ่งหุบเขานี้ไม่มีทางเดินป่า จึงยากแก่การเข้าไป
การโรยตัวที่น้ำตกธารรัตนามีความสูงรวมหลายร้อยเมตร และต้องโรยตัวถึงที่ 4 ชั้น ชั้นแรก ผาเขมร สูงประมาณ 60 เมตร ต้องโรยตัวข้างสายน้ำ หน้าผาชัน 70 - 90 องศา ชั้นที่สอง สูงประมาณ 15 เมตร ชันประมาณ 70 องศา ธารน้ำตกจะตกลงด้านหนึ่ง นักโรยตัวเป็นลงมาอีกด้านหนึ่ง จากนั้นต้องเดินข้ามทางน้ำไหลแรงริมหน้าผา ไปจุดโรยตัวที่สาม ซึ่งมีความชัน 90 องศา และสูง 20 เมตร จากนั้นเดินตามสายน้ำ ที่มีทั้งตื้นเดินได้ และลึกขนาดลอยคอ จนถึงลานทรายกว้าง มาถึงจุดสุดท้ายเป็นการโรยตัวจากหน้าผาของน้ำตกวังบอน ลงสู่เรือคายัค ที่อยู่ด้านล่างซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำวังบอน


การเดินทาง
จากกรุงเทพฯ ถึงรังสิตแยกขวาใช้ทางหลวงหมายเลข 305 ผ่านนครนายกแล้วใช้เส้นทางหมายเลข 33 ถึงสี่แยกเนินหอมเลี้ยวซ้ายใช้เส้นทางหมายเลข 3077 ขึ้นเขาใหญ่อีก 51 กิโลเมตร ด่านตรวจอุทยานฯ ทั้งสองด้านเปิดเวลา 06.00-21.00 นาฬิกา

ผจญภัยสุดขอบฟ้าที่เทือกเขาโมโกจู


ด้วยความสูงกว่า 1,950 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดแห่งหนึ่งในผืนป่าตะวันตก ตลอดทั้งปีที่นี่จะปกคลุมด้วยสายหมอกและเมฆฝน ยอดเขาแห่งนี้จึงได้ชื่อตามภาษากะเหรี่ยงว่า "โมโกจู" หมายถึงสถานที่ซึ่งมีฝนตกตลอดเวลา ในช่วงฤดูหนาวอากาศเย็นยะเยือก ดอกไม้นานาชนิดและกุหลาบป่าจะผลิบาน มองจากยอดเขาลงไปจะเห็นทะเลหมอกห่มคลุมผืนป่าจดโค้งขอบฟ้า เหนือป่าตะวันตกอันกว้างไกลสุดสายตาอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดนครสวรรค์ ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูงชันสลับซับซ้อนตามเทือกเขาถนนธงชัย ยอดที่สูงที่สุดคือ ยอดเขาโมโกจู เทือกเขานี้เป็นต้นน้ำของลำน้ำหลายสาย รวมถึงลำน้ำแม่วงก์ ป่าไม้ทั่วไปเป็นป่าเบญจพรรณสลับกับป่าเต็งรัง พบป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง และทุ่งหญ้าในบางพื้นที่ และเนื่องจากมีพื้นที่ติดต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ทำให้มีการสัญจรของบรรดาสัตว์ป่านานาชนิด สภาพอากาศร้อนหนาวจัดตามฤดูกาล ฤดูหนาว เดือนพฤศจิกายน - เดือนกุมภาพันธ์ ฤดูร้อน เดือนมีนาคม-เดือนพฤษภาคม ฤดูฝน เดือนมิถุนายน - เดือนตุลาคม
เส้นทางเดินป่าระยะไกล พิชิตยอดเขาโมโกจู เป็นการเดินทางที่นักท่องเที่ยวหลายคนประสงค์ เพื่อเก็บเกี่ยวความประทับใจ และภาพทิวทัศน์อันสวยงามของเทือกเขา การเดินทางไป-กลับ ต้องใช้เวลา 4-5 วัน ซึ่งทางอุทยานฯ จะจัดการเดินป่าในช่วงเดือนธันวาคม - เดือนกุมภาพันธ์


การเดินทาง
จากนครสวรรค์ใช้เส้นทางสายนครสวรรค์-ลาดยาว-คลองลาน หมายเลข 1072 ถึงอำเภอคลองลานแล้วใช้เส้นทางหมายเลข 1117 (คลองลาน-อุ้มผาง) เข้าสู่ที่ทำการอุทยานฯ ตรงกิโลเมตรที่ 65

ล่องแก่งทีลอเร อำเภออุ้มผาง


สีสันแห่งบ้านอุ้มผางเริ่มขึ้นอีกคราในฤดูกาลน้ำหลาก หมู่บ้านในหุบเขาที่อยู่ติดกับชายแดนพม่าแห่งนี้ เป็นที่ตั้งของผืนป่าตะวันตก ซึ่งมีเส้นทางการผจญภัยที่นับเป็นสุดยอดอีกแห่งในเมืองไทย คือ การล่องเรือยางกลางลำน้ำแม่กลอง แม่น้ำที่ถือกำเนิดในผืนป่าตะวันตก นับเป็นสายน้ำที่มีความยาวและสำคัญที่สุดอีกแห่งของเมืองไทยการล่องแม่น้ำแม่กลองตอนล่าง เริ่มต้นที่บ้านปะละทะ หมู่บ้านกะเหรี่ยงเก่าแก่ ที่มีสาธารณูปโภคเข้าถึง แต่ชาวกะเหรี่ยงที่นี่ยังคงแต่งกายแบบดั้งเดิม แต่ละบ้านจะทอผ้าใช้กันเองด้วยหูกทอผ้า ปลูกพืชผัก เลี้ยงหมูไก่ไว้เป็นอาหาร และเลี้ยงช้างไว้เป็นพาหนะ การล่องในช่วงแรกสายน้ำจะราบเรียบคดโค้งตามแนวเขาแนวป่าทึบที่อุดมสมบูรณ์ ผ่านบ้านกะเหรี่ยงโคทะ ก่อนที่จะพบกับแก่งเลเกติ เป็นแก่งใหญ่และยาวหลายกิโลเมตร ผ่านน้ำตกเล็ก จนถึงแก่งคนมอง ที่มีสายน้ำหลากไหลเชี่ยว มีโขดหินจำนวนมาก แก่งสุดท้ายก็จะเป็นแก่งกะซิจิ๊เล จากนั้นจะถึงเวิ้งน้ำไหลโค้งสู่เพิงผาริมน้ำ มองเห็นน้ำตกทีลอเรไหลผ่านหน้าผาเขาหินปูนสูงลงสู่ผืนน้ำ ความยากการล่องเรือนี้จัดอยู่ในระดับ 3-4 จึงเหมาะสำหรับการล่องด้วยเรือยางมากกว่าแพไม้ไผ่ ระยะการล่องประมาณ 27 กิโลเมตร ใช้เวลา 6-7 ชั่วโมง ขากลับจากน้ำตกไปบ้านปะละทะ ต้องเดินป่า ผ่านป่าทึบ สลับการขึ้นเขา ซึ่งอาจจะพบเห็นสัตว์บ้าง ควรนั่งช้างสลับกับการเดิน ระยะทางรวม 30 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 8-10 ช.ม.


การเดินทาง
จากอำเภอแม่สอด เลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทางสายแม่สอดอุ้มผาง (ทางหลวงหมายเลข 1090) ระยะทางจากตัวอำเภอแม่สอด ประมาณ 164 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลา 4-5 ชั่วโมง เนื่องจากเป็นเส้นทางที่คดเคี้ยว การขับรถควรเป็นผู้ชำนาญเส้นทางสายภูเขา